หน้าหลักระบบ ข่าวประชาสัมพันธ์ Blog กลุ่มความรู้(Cop) ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ ถาม-ตอบ ที่พบบ่อย(FAQ) รายงาน

รายละเอียดความรู้


สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาล
อ่าน: 205 ความคิดเห็น: 0   

 

 
 
 
 
 
 
 
ความรู้เกี่ยวกับการเบิกจ่ายตรงเงิน
สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จัดทำโดย
หน่วยการเงิน กองบริหารทรัพยากรนนทบุรี
อาคาร 6 ชั้น 1 เขตใต้
 
สวัสดิการคืออะไร…….?
ประโยชน์ตอบแทนที่รัฐจัดให้เพื่อการช่วยเหลือบรรเทาภาระของข้าราชการลูกจ้างประจำผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ รวมถึงบุคคลในครอบครัว เมื่อยามเจ็บป่วย ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนแปลงสวัสดิการนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการคลังของรัฐในขณะนั้น
             

 

 
ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาล         ของจ่ายเงินไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จมาเบิกเงินคืนจากสำนักงานคลังภายหลัง ที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายเงินเกินกว่าความเป็นจริง รัฐบาลต้องจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี และด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 มีมติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงการคลังปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาล เป็นระบบที่ทางสถานพยาบาลจะวางเบิกค่ารักษาพยาบาลกับกรมบัญชีกลางโดยตรง โดยมีเป้าหมาย 8  ประการคือ 

 

1. ไม่รอนสิทธิ     
2. อาจเพิกถอนหรือจำกัดได้                                                                    
หากไม่เป็นธรรมกับระบบ                                                                 
3. ควบคุมค่าใช้จ่ายได้     
4. เกิดผลกระทบคุณภาพของ                                                            
การบริการน้อยที่สุด       
5.เน้นค่าใช้จ่ายของโรคที่รุนแรงหรือเรื้อรัง
6.ให้ผู้มีสิทธิได้เลือกใช้สถานบริการได้
7.สร้างระบบสารสนเทศ
8.สร้างกลไกเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส
                    
 
 
โครงการเบิกจ่ายตรง คือ โครงการคู่ขนานกับระบบเบิกจ่ายค่ารักษาเดิม(ใบเสร็จ,หนังสือต้นสังกัด) เป็นโครงการแบบสมัครใจสำหรับผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว  ยกเว้นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังและผู้ป่วยมะเร็งที่จำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชีหลักแห่งชาติที่มีค่าใช้จ่ายสูง 6 ชนิด ต้องเข้าระบบเบิกจ่ายตรงทุกคน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการเบิกจ่ายตรง คือ
ผู้ป่วยนอก : ไม่ต้องทดรองจ่ายเงินไปก่อน
ผู้ป่วยใน : ไม่ต้องมีหนังสือรับรองการมีสิทธิ (หนังสือส่งตัว) จากต้นสังกัดไปยื่นให้สถานพยาบาลก่อนเข้ารับการรักษา
เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามระเบียบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล กรมบัญชีกลางจึงเห็นควรให้มีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อยืนยันสิทธิการรักษาพยาบาลของตนเองและบุคคลในครอบครัว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เชื่อมโยงกับการจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดอีกด้วย 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แนวปฏิบัติของผู้ใช้สิทธิ
การเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ดังนี้
              1.ผู้ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก ต้องเป็นข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัว (บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธิจ่ายตรงได้) ที่มีชื่อในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง โดยติดต่อนายทะเบียนที่ต้นสังกัดเพื่อจัดทำฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐให้สมบูรณ์ครบถ้วน
              2.กรมบัญชีกลางปรับปรุงข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วทุก 15 วัน (วันที่ 4 และวันที่ 8 ของเดือน) ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัวสามารถตรวจสอบว่ามีชื่อในฐานข้อมูลตามข้อ 1 หรือไม่ ผ่าน website กรมบัญชีกลาง (www.cgd.go.th) โดยเข้าไปที่หัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาลและเลือกรายการตรวจสอบสิทธิการรักษาสวัสดิการ
              2.1กรณีที่ตรวจสอบแล้วมีชื่อ  :  ต้องสมัครลงทะเบียนและแสกนลายนิ้วมือ ณ สถานพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษาก่อน         (ไม่จำกัดจำนวนโรงพยาบาลที่จะสมัคร)
กรณีผู้ป่วยนอก สามารถใช้ระบบจ่ายตรงได้หลังจากลงทะเบียนแล้ว 15 วัน และในช่วง 15 วันนั้น หากต้องเข้ารักษาพยาบาล ให้นำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลไปวางเบิกกับต้นสังกัด
              2.2กรณีที่ตรวจสอบแล้วไม่มีชื่อ : ให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัว ติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อทำการปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง กรณีที่บิดา-มารดาของข้าราชการที่มีบุตรเป็นข้าราชการหลายคน ฐานข้อมูลรักษาพยาบาลของบุตร(ที่เป็นข้าราชการ)ทุกคนต้องถูกต้องตรงกัน หากมีข้อมูลของรายใดไม่ถูกต้องสมบูรณ์ อาจทำให้บิดา-มารดาไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลได้ จึงต้องปรับปรุงข้อมูลของผู้มีสิทธิในฐานข้อมูลฯ ให้สมบูรณ์ หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ แล้ว จึงจะสามารถสมัครลงทะเบียนตามข้อ 2.1 ได้
              3.ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิซ้ำซ้อน (เช่น สิทธิประกันสังคม ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ สิทธิองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต., เทศบาล, ครูเอกชนฯ) ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการจ่ายตรง รักษาพยาบาลได้ ต้องใช้ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลหรือหนังสือรับรองจากต้นสังกัด(ใบส่งตัว) ประกอบการเบิกจ่ายจากต้นสังกัดของตน เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ำกว่าเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่มีสิทธิจะได้รับจากทางราชการ ก็มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลส่วนที่ขาดอยู่ได้
              4. หนังสือรับรองการมีสิทธิสำหรับโครงการผู้ป่วยนอกรักษาต่อเนื่อง (แบบ 7101/1), หนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาล (แบบ7100/1), และวิธีการรับรองใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ไม่สามารถนำมายื่นต่อสถานพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549   เพราะผู้รับการรักษาโรคต่อเนื่อง ต้องเข้าระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลทุกคน
              5. ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัวที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลยังคงสามารถนำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาวางเบิกกับต้นสังกัดกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก และขอหนังสือต้นสังกัดกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในได้ตามปกติหากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐที่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรง สามารถนำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาเบิกจากต้นสังกัดได้การตรวจสุขภาพประจำปีไม่สามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้  ต้องนำใบเสร็จมาเบิกจากต้นสังกัด
              6.กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน หากตรวจสอบแล้วมีชื่อตามข้อ 2.1 สามารถแจ้งโรงพยาบาล เพื่อให้ขอเลขอนุมัติแทนหนังสือรับรองการมีสิทธิทาง Web page ได้
หนังสือรับรองสิทธิฯ จากต้นสังกัดของผู้ป่วยยังใช้ได้อยู่ เหตุที่ยังคงหนังสือรับรองสิทธิในกรณีผู้ป่วยใน เป็นเพราะการปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีสิทธิฯ จากต้นสังกัดอาจจะต้องใช้เวลาเกินกว่าระยะเวลาการรักษาตัวในสถานพยาบาลก็ได้ ซึ่งถ้าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นก็จะเป็นปัญหากับการเบิกของสถานพยาบาลเอง ในอนาคตเมื่อฐานข้อมูลผู้มีสิทธิฯ สมบูรณ์ขึ้น   เชื่อว่าผู้ป่วยจะใช้หนังสือรับรองสิทธิลดลงและเลิกไปในที่สุด
              ระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เมื่อลงทะเบียนครั้งแรกครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ และบุคคลในครอบครัวได้รับคุณภาพในการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นธรรม สามารถควบคุมและตรวจสอบค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยยังได้สิทธิเหมือนเดิม หากผู้มีสิทธิมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามไปยัง
 
กองบริหารทรัพยากรนนทบุรี หน่วยการเงิน
โทรศัพท์ 02-969-1369 ต่อ  2613
“ซื่อตรง ฉับไว้ บริการด้วยใจ”
 
 


หมวดหมู่ : การบริหารจัดการ
สังกัด :  สำนักงานอธิการบดีกองบริหารทรัพยากรนนทบุรี  นนทบุรี
  วันที่ 17 ส.ค. 2553 เวลา 17:33:48 Share
Copyright © Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi.